วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

ปาร์ตี้เด็กเอเชีย


คงจะเป็นการรู้จักกันเริ่มต้น ที่จะต้องมีการพบปะสังสรรค์
เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันมากขึ้น และเป็นการพักผ่อนระหว่างสัปดาห์ไปในตัว
ความสนุกสนานก็คือพวกเราต่างทำอาหารกันมาคนละอย่าง แล้วเอามารวมๆกัน
การแบ่งๆกัน มันอร่อยมากๆเลยล่ะ 555
มาเรียนสวีดิช แต่มีเพื่อนญี่ปุ่นมากมาย ดีจริงๆ ได้ภาษาญี่ปุ่นมาบ้างด้วย
โอไฮโย สวัสดีตอนเช้า

ฮาจิเมมาชิเตะ ยินดีที่ได้รู้จัก

โกเมนนาไซ ขอโทษ

โอกาซัง โอบะจัง คุณตาคุณยาย

อาริกาโตะ อาริกาโตะ สำหรับอาหารและความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นในมื้อนี้ :)

Fika


ฟิกะ คือ ช่วงเวลาของการดื่มชา กาแฟ และกินขนมกัน

เป็นช่วงเวลาของการผ่อนคลายจากงาน และมานั่งวงคุยกัน

บางครั้งใครมีข่าวสารอะไรก็มาบอกกันในช่วงเวลานี้

ดีเหมือนกันเนอะ ทำงานแบบไม่เครียด มีเวลาได้ยืดเส้นยืดสาย

แต่ที่สำคัญคือจะทำให้อ้วนได้ง่ายๆ เพราะมีช่วงสาย และบ่ายของวัน ระหว่างมื้ออาหาร

ทำให้ไม่มีหิวกันเลยทีเดียวล่ะ555

แม่บ้าน



อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำตัวเหมือนเป็นแม่บ้าน555

ได้เรียนเกี่ยวกับการย้อมผ้า

ซึ่งไม่แตกต่างจากการทำขนมเลยล่ะ

เพราะต้องชั่งต้องตวง ต้องผสมและเคี่ยว จากนั้นก็เอาผ้าไปจุ่มในน้ำสี

ซึ่งต้องคนตลอดเวลา ช่วงเวลานั้นก็เป็นช่วงเวลาของสาวๆ

มานั่งเม้าท์พร้อมกับทำงานของตนไป เป็นสมาคมแม่บ้านมากๆ


เป็นวันแดดดีๆ ลมแรงๆ ผ้าและใจก็สดใสไปตามๆกัน

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

ดอกไม้ริมทาง

ฉันขอบคุณที่เจ้าเป็นดอกไม้ริมทาง
เธอสวยและงดงามแม้เธอไม่ได้รับการเอาใจใส่
เธอเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
เธออดทน ต้อสู้ ไม่หวาดหวั่นต่อหยาดฝนและลมหนาว
ขอบคุณที่เธออยู่ตรงนี้
เธอเป็นแรงใจยามฉันท้อ
เธอเป็นเพื่อนยามฉันเหงา
เธอเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีรอยยิ้ม....

เอาใจช่วยอยู่ทางนี้

อยากให้สถานการณ์ทางนู้นได้รับความเย็นจากทางนี้ไปบ้าง

คนทางนี้ไม่รู้จะช่วยหรือจะร่วมสถานการณ์ได้อย่างไรดี

ได้เพียงแต่ส่งแรงใจจากคนคนนึง หวังว่าใครบ้างคนจะได้รับ

เพียงเค้าได้เห็นรอยยิ้ม บางทีความโกรธอาจจะลดลง

เพียงแต่เค้าได้หยุดพัก บางทีอาจได้มองเห็นอะไรลึกซึ้งขึ้น


สูดอากาศลึกลึกกก........
แล้วทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป................

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บ้านของฉัน



ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่บ้าน ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
ไม่แน่ใจในความรู้สึกที่เกิด หรือที่ได้สัมผัส
อาจจะเป็นเพราะกายกับใจเราได้อยู่ตรงนี้กระมัง ฉันจึงมีความรู้สึกเหมือนว่าได้อยู่บ้านจริงๆ


คิดถึงคำของพี่โก๋ ว่าเราควรหมั่นบีบเมล็ดงา ปี๊ด ปี๊ด แม้มันจะได้น้ำมันเพียงหยดเล็กๆ แต่เมื่อค่อยๆนำมา รวมกันมันก็จะเยอะเอง เราไม่ควรบีบหนึ่งเมล็ด แล้วหลงระเริงและหยุดอยู่เพียงนั้น หรือเราไม่ควรหวังน้ำมัน ในโหลใหญ่ทีเดียว ทั้งๆที่เรายังไม่ได้เริ่มบีบมันด้วยซ้ำ ได้น้ำมันทีละน้อยๆก็อย่าเพิ่งเบื่อไปก่อนล่ะ
คำพูดเหล่านี้ลอยมากับสายลมเย็นเบาๆให้นึกถึง


การเดินทางที่ผ่านมา กระเป๋าก็สุดแสนจะหนัก แต่ก็แอบดีใจที่ไม่มีความโกรธ ความหงุดหงิดอยู่ในกระเป๋าให้ เราต้องแบกมันเพิ่มเข้าไปอีก หนักก็รู้ว่ามันหนัก ปวดก็รู้ว่ามันปวด....อ่า.....ปวดง่ะ


การเดินทางมาที่นี่ สิ่งที่ตั้งใจอีกอย่างนอกเหนือจากการเรียน Textile Craft & Design นั่นก็คือการทำสวน
แต่ว่าวิชานี้ไม่ได้ลงคอร์สแต่อย่างไร ตั้งใจทำทุกๆช่วงของแต่ละวัน คอยรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดี และคอยดูแลเมล็ดพันธุ์ที่ไม่น่ารักอยู่เรื่อยๆ อีกหน่อยก็จะมีสวนที่งดงามและมีบ้านที่น่ารัก เน๊อะ เนอะ


หายใจเข้า หนาวววววว

หายใจออก ฉันเป็นหมีขั้วโลกอ้วนกลมอ้วนกลมหรือเปล่าเนี่ย (*,*)


ยังคงเบิกบานด้วยรอยยิ้ม
สาวน้อยทอผ้าและทำสวน.....

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ค่ำคืนสุดท้ายในห้องสีม่วง

คืนนี้คงจะเป็นคืนสุดท้ายที่ได้นอนในห้องห้องนี้แล้วสินะ
กว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกที อาจจะหนึ่งปี สองปี สามปี หรือสี่ปี ไม่มีใครรู้ได้


ใครต่อใครถามว่า ตื่นเต้นบ้างหรือยัง
ประโยคคำถามนี้มักจะทำให้เจ้าตัวผู้ที่จะกำลังเดินทางต้องหยุดไปแปบนึงเพื่อคิดว่ากำลังรู้สึกไรเหรอ
ทำไมล่ะ ใยเจ้าไม่มีความตื่นเต้นบ้าง


อาจจะเป็นเพราะมีผุ้ร่วมเดินทางไปด้วย
อาจจะเป็นเพราะมันยังไม่ได้เหยียบสนามบิน
อาจจะเป็นเพราะยังวุ่นๆ งงๆกะทุกอย่างที่ตระเตรียม
อาจจะเป็นเพราะเจอคนมากมาย หลากหลายเวียนเข้ามา


เท่าที่รู้คงจะเป็นเพราะเรายังไม่ได้ "หยุด" เลยตังหาก
หยุดที่จะรับรู้ความรู้สึกภายใน


จะปรับตัวได้ไหมนะกับการเจอผู้คนมากมาย เลี้ยงแล้วเลี้ยงอีก
กับความตรงกันข้ามของผู้คนที่นู่นที่แทบจะไม่มีให้เห็น


ค่ำคืนนี้ดีใจมากที่เรามีความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นบ้างแล้ว
จริง... มือที่กำลังจับตะเกียบ...หัวที่กำลังคิดปรุงแต่ง ว่าฝรั่งจะคิดไงกะการใช้ตะเกียบหมุนบะหมี่เข้าสู่ปาก
ความตื่นเต้นบังเกิด...หยุดที่จะรับรู้ความรู้สึกข้างใน


ดีไม่น้อย ถ้าการไปครั้งนี้ จะฝึกให้เราได้ภาวนาทุกขณะ
ดีไม่น้อย ถ้าการไปครั้งนี้ จะทำให้เรารับรู้ความรู้สึกตามความเป็นจริง
ดีไม่น้อย ถ้าการไปครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่จะเดินต่อไป
ดีไม่น้อย ถ้าการไปครั้งนี้ จะสามารถนำความรู้มาใช้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
ดีไม่น้อย ถ้าการไปครั้งนี้ จะทำให้ผู้อื่นที่เรารัก ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในรูปแบบของแต่ละคน


ขอบคุณป๋าที่ทำให้มีวันนี้ ขอบคุณแม่ที่วันนี้เราได้คุยกัน...อ่าจะร้องไห้
ขอบคุณพระ สำหรับความเมตตาและคำเทศน์ที่เตือนสติทั้งหลาย
ขอบคุณครอบครัวพระที่เลี้ยงลูกคนนี้เหมือนลูกแท้ๆ
ขอบคุณพี่ ป้า น้า อาที่ดูแลหลานคนนี้อย่างดี
ขอบคุณแรงใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ และสังฆะทุกๆคน


ไม่มีจากไป ไม่มีกลับมา No coming, no going
ไม่มีก่อนนี้ไม่มีวันหน้า No after, no before
โอบเธอไว้แนบใจฉัน I hold you close to me
ปลดปล่อยเธอจากพันธนา I release you to be so free
เพราะตัวฉันอยู่ในใจเธอ Because I am in you,
และเธออยู่ในฉันนี้ and you are in me
เพราะตัวฉันอยู่ในใจเธอ Because I am in you,
และเธออยู่ในฉันนี้ and you are in me