วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แอดวานซ์


ขอบอก
ว่าพี่สาวชั้นแอดวานซ์มาก
นอนละเมอเป็นภาษาอังกฤษ
เข้าใจละ ว่าจะพูดเก่งได้ต้องทำแบบนี้ หึหึ ;o

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เพียงได้แต่เป็นสาวน้อยที่ยังคงทอผ้า


การทอพรมผืนยาวๆ ทำให้เราไม่เคยได้เห็นภาพรวมของทั้งหมดว่ามันเป็นอย่างไร

เห็นเพียงแต่ผ้าบนหน้ากี่เท่านั้น

อยากจะชื่นชมในความสวยก็ไม่ได้ อยากจะรื้อมาแก้ไขก็ไม่ได้

บางทีมันอาจกำลังให้เห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

จุดหมายไม่ใช่สิ่งสำคัญอันใด

การกระแทกฟันหวีหนึ่งครั้ง บางครั้งความแรงของมันยังไม่ทำให้เรารู้สึกตัวว่ากำลังอยู่ตรงนี้

การพุ่งเส้นด้ายแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยความคิดสู่อดีตและอนาคตมากมาย

บางครั้งเหนื่อย ผ้าที่ทอจึงออกมาหลวม

บางครั้งหงุดหงิด ผ้าจึงออกมาแน่น

หลายหลายเรื่องราวบนผืนผ้าผืนนี้


แต่ใครเล่าจะรู้

…..


ถ้ามิได้กำลังอยู่ในปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

ปาร์ตี้เด็กเอเชีย


คงจะเป็นการรู้จักกันเริ่มต้น ที่จะต้องมีการพบปะสังสรรค์
เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันมากขึ้น และเป็นการพักผ่อนระหว่างสัปดาห์ไปในตัว
ความสนุกสนานก็คือพวกเราต่างทำอาหารกันมาคนละอย่าง แล้วเอามารวมๆกัน
การแบ่งๆกัน มันอร่อยมากๆเลยล่ะ 555
มาเรียนสวีดิช แต่มีเพื่อนญี่ปุ่นมากมาย ดีจริงๆ ได้ภาษาญี่ปุ่นมาบ้างด้วย
โอไฮโย สวัสดีตอนเช้า

ฮาจิเมมาชิเตะ ยินดีที่ได้รู้จัก

โกเมนนาไซ ขอโทษ

โอกาซัง โอบะจัง คุณตาคุณยาย

อาริกาโตะ อาริกาโตะ สำหรับอาหารและความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นในมื้อนี้ :)

Fika


ฟิกะ คือ ช่วงเวลาของการดื่มชา กาแฟ และกินขนมกัน

เป็นช่วงเวลาของการผ่อนคลายจากงาน และมานั่งวงคุยกัน

บางครั้งใครมีข่าวสารอะไรก็มาบอกกันในช่วงเวลานี้

ดีเหมือนกันเนอะ ทำงานแบบไม่เครียด มีเวลาได้ยืดเส้นยืดสาย

แต่ที่สำคัญคือจะทำให้อ้วนได้ง่ายๆ เพราะมีช่วงสาย และบ่ายของวัน ระหว่างมื้ออาหาร

ทำให้ไม่มีหิวกันเลยทีเดียวล่ะ555

แม่บ้าน



อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำตัวเหมือนเป็นแม่บ้าน555

ได้เรียนเกี่ยวกับการย้อมผ้า

ซึ่งไม่แตกต่างจากการทำขนมเลยล่ะ

เพราะต้องชั่งต้องตวง ต้องผสมและเคี่ยว จากนั้นก็เอาผ้าไปจุ่มในน้ำสี

ซึ่งต้องคนตลอดเวลา ช่วงเวลานั้นก็เป็นช่วงเวลาของสาวๆ

มานั่งเม้าท์พร้อมกับทำงานของตนไป เป็นสมาคมแม่บ้านมากๆ


เป็นวันแดดดีๆ ลมแรงๆ ผ้าและใจก็สดใสไปตามๆกัน

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

ดอกไม้ริมทาง

ฉันขอบคุณที่เจ้าเป็นดอกไม้ริมทาง
เธอสวยและงดงามแม้เธอไม่ได้รับการเอาใจใส่
เธอเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
เธออดทน ต้อสู้ ไม่หวาดหวั่นต่อหยาดฝนและลมหนาว
ขอบคุณที่เธออยู่ตรงนี้
เธอเป็นแรงใจยามฉันท้อ
เธอเป็นเพื่อนยามฉันเหงา
เธอเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีรอยยิ้ม....

เอาใจช่วยอยู่ทางนี้

อยากให้สถานการณ์ทางนู้นได้รับความเย็นจากทางนี้ไปบ้าง

คนทางนี้ไม่รู้จะช่วยหรือจะร่วมสถานการณ์ได้อย่างไรดี

ได้เพียงแต่ส่งแรงใจจากคนคนนึง หวังว่าใครบ้างคนจะได้รับ

เพียงเค้าได้เห็นรอยยิ้ม บางทีความโกรธอาจจะลดลง

เพียงแต่เค้าได้หยุดพัก บางทีอาจได้มองเห็นอะไรลึกซึ้งขึ้น


สูดอากาศลึกลึกกก........
แล้วทุกสิ่งจะผ่านพ้นไป................